If Knowledge Is Power

Learning is your superpower.

Read More

9 ชุดวิธีท่าโยคะบำบัดโรคภูมิแพ้ ฝึกบ่อยๆ ฝึกทุกๆ วัน

โรคที่น่ากลัวไม่ใช่โรคภูมิแพ้ แต่เป็นโรคแพ้ใจตัวเองต่างหากที่น่ากลัวที่สุด

ชุดที่ ๑.ทาไหว้พระอาทิตย์หรือท่าสุรยนมัสการ A 3 รอบ 
.
ท่าไหว้พระอาทิตย์เป็นการบริหารร่างกายหลายส่วนพร้อมๆ กัน อย่างสมดุล ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ไม่ว่าจะเป็นการยืดหยุ่นเส้นเอ็น
.
การบริหารในท่าไหว้พระอาทิตย์เป็นการยืดเหยียดร่างกายเราให้เราไปทำท่าอื่นๆ ได้ง่ายขึ้นได้ไม่บาดเจ็บเพราะว่า จริงๆแล้ว กระดูก เอ็น และทุกส่วนได้ร่างกายเรายืดได้นะคะ ถ้าได้รับความร้อน ก็เหมือนหนังสติก แต่ถ้าเราไม่วอร์มร่างกาย อยู่ดีๆ ไปทำท่าที่ต้องใช้กล้ามเนื้อเลยอาจทำบาดเจ็บ ร่างกายเราก็เหมือนยางที่ถูกแช่แแข็งไว้ อยู่ดีๆ จะยืดมัน มันก็ไม่สามารถยืดได้คะ ต้องให้มันได้ความร้อนนิดหนึง แล้วที่นี่ เราจะยืดจะเหยียดยังไงก็ทำได้สบาย

ชุดที่ ๒
๑.ทาไหว้พระอาทิตย์หรือท่าสุรยนมัสการ B 3 รอบ 
๒.ทำเสร็จแล้วนอนพักในท่าศพศาวาสนะ
๓.สังเกตุดูลมหายใจ .. หายใจเข้าท้องพอง อกขยาย หายใจออกท้องแฟ้บ อกแฟ้บ

ชุดที่ ๓
ท่าปลา ( Fish Pose) 
นอนราบ แอ่นอกขึ้น เอากึ่งกลางกระหม่อมวางลงกับพื้น เงยคางมากๆ
การฝึกท่านี้จะเป็นการบริหารปอด ทรวงอกจะขยาย หลอดลมจะเปิดกว้างทำให้หายใจสะดวกและหายใจได้เต็มที่
ค้างไว้ประมาณ 10 ลมหายใจ
ชุดที่ ๔ ท่ายืนด้วยไหล่
ยกสะโพกขึ้น
ขาลอยขึ้น ตั้งฉากกับลำตัว
เอามือดันสะโพกไว้
.
ค้างไว้ 30 วินาที
.
ท่านี้ช่วยให้ผ่อนคลายสมอง ช่วยให้นอนหลับสบาย
ดีต่อผู้เป็นโรคหอบหืดและไซนัส กระตุ้นการทำงานของต่อมไทรอยด์
กระตุ้นการทำงานของอวัยวะในช่องท้อง กระชับขาและบั้นท้าย ยืดคอและไหล่
นอกจากนี้ทำให้มีการไหลเวียนของโลหิตบริเวณใบหน้าและโพรงจมูก จะช่วยแก้อาการหอบหืด
ชุดที่ ๕ ท่าคันไถ
๑.เริ่มต้นนอนหงายจากท่าศพ shava-asana 
๒.หายใจเข้าทางจมูก นอนฝ่ามือคว่ำ ก้นและสะโพกติดพื้น 
๓ใขณะหายใจออกดึงเข่าไปทางศีรษะในท่างอเข่ายกเข่าขึ้นจนเข่าติดหน้าอกเข่ายังงอ (สำหรับผู้ที่แข็งแรงอาจจะไม่ต้องงอเข่าให้เหยียดขาด) 
๔.ขณะที่หายใจเข้าให้เหยียดปลายขาจนตั้งฉากกับพื้น อาจจะใช้มือช่วยดันหลังเพื่อช่วยให้หลังตั้งฉากกับพื้น 
เหยียดขาทั้งสองให้เหนือศีรษะจนเข่าตึงขาขนานกับพื้น 
แขนอาจจะช่วยดันหลังหรือวางกับพื้น 
งอลำตัว เหยียดขาทั้งสองข้างเหนือศีรษะ 
๕.เข่าตึงปลายเท้ามาติดพื้นอีกด้านหนึ่ง หายใจเข้าออกทางจมูกอย่างช้าๆ ในระยะเริ่มต้นอาจจะค้างไว้20-30 วินาที 
๖.หากทำมานานจนเกิดความชำนาญก็ให้ค้างอยู่ในท่านี้ 3-4 นาที หากเท้าไม่สามารถแตะพื้นก็ให้ค้างท่านั้นเท่าที่ทำได้
ชุดที่ ๖ ท่ากระต่าย
๑. หายใจเข้า ยืดอก หลังตรง
๒. หายใจออก กดคางชิดอก ก้มหน้าผากชิดหัวเข่า ศีรษะจรดพื้น หายใจเข้า
๓. หายใจออก ยกสะโพกขึ้นสูง ดันไปด้านหน้า ดึงส้นเท้าไว้ แขนทั้งสองข้างตึง
สติอยู่ที่ลมหายใจเข้าลึกออกยาว ผ่อนคลายกล้ามเนื้อทุกส่วน ค้างอยู่ในท่าสักครู่ 
๔. หายใจเข้า ยกลำตัวขึ้น หายใจออกแล้วพัก

ประโยชน์จากการทำท่านี้
๑. ยืดแนวกระดูกสันหลัง และกล้ามเนื้อแผ่นหลัง สามารถบรรเทาอาการบาดเจ็บ ของกล้ามเนื้อหลัง และภาวะบาดเจ็บเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน
๒. กระตุ้นการทำงานของอวัยวะภายในช่องท้อง ช่องอก 
๓. ขับลม ลดภาวะการเกิดกรด และแก็สในกระเพาะและลำไส้ 
๔. สร้างภูมิต้านทานโดยเฉพาะภูมิแพ้ทางเดินหายใจ

ชุดที่ ๗ ท่าศพและท่าจรเข้า 
ทาศพ
ผ่อนคลายส่วนต่างๆของร่างกายและจิตใจ หากจิตใจคิดเรื่องต่างๆ ให้หยุดความคิดนั้นและเริ่มดึงความสนใจมาที่การหายใจ
.
ท่าจรเข้
ผลต่อร่างกาย
๑. ปรับดุลยภาพของสารเหลวในร่างกาย 
๒. ช่วยให้กล้ามเนื้อทุกส่วนได้รับการผ่อนคลาย 
๓. ปรับการเต้นของหัวใจ ชีพจร การหมุนเวียนเลือดให้ปกติ 
๔. รักษาอาการบาดเจ็บของร่างกาย ฟื้นไข้ได้เร็วขึ้น 
๕. ปรับความสมดุลระหว่างการนิ่งและการเคลื่อนไหวในระหว่างวัน
๖. ช่วยเพิ่มพลังให้ตัวเรา 
ผลต่อจิตใจ 
๑. ปรับสมดุลระหว่างร่างกายและจิตใจ 
๒. ช่วยให้จิตใจนิ่ง สงบ และผ่อนคลายทางจิตภาวะ วิธีปฏิบัติ นอนควำ่ มือวางประสานรองใต้คาง หันหน้าไปด้านใดด้านหนึ่ง ปลายเท้าชี้เข้าหากัน ส้นเท้าชี้ออก ผ่อนคลายร่างกายทุกส่วน สติอยู่ที่ลมหายใจ เข้าลึก ออกยาว ผ่อนคลายให้มากที่สุด ความรู้สึกทั้งหมดอยู่ภายในร่างกาย
๓.ท่าจรเข้จะช่วยให้กระดูกสันหลังช่วงบนยืดหยุ่นได้ดี ทำให้ทรวงอกขยาย

ชุดที ๘ ฝึกการหายใจ
๑.ท่าสุขอาสนะ หรือ น่านั่งสมาธิ หรือท่าที่หนึ่งแล้วรู้สึกสบาย ผ่อนคลาย
๒.พับนิ้วชี้และนิ้วกลางเข้า แล้วเอานิ้วโป้ปิดรูจมูกขวา หายใจเข้ารูจมูกซ้าย พอหายใจเข้าสุดแล้ว
๓. ก้มหน้าคางชิดอก นับ 1 ถึง 10 ในใจ
๔. เมื่อนับถึง 10 แล้ว เปิดรูจมูกขวาหายใจออก ปล่อยลมหายใจออกช้าๆจนหมด 
๕. แล้วหายใจเข้าใหม่ทางรูจมูกขวา เมื่อหายใจเข้าสุดแล้ว ปิดรูจมูกสองข้าง ก้มหน้าคางชิดอก เปิดรูจมูกซ้ายหายใจออก เป็นการหายใจสลับรูจมูก 
๖. นับเป็นหนึ่งรอบ หายใจเข้ารูจมูกซ้ายใหม่
๗. ฝึกหายใจอย่างนี้ประมาณ ๓ – ๕ นาที

ชุดที่ ๙ การออกกำลังกายอย่างอื่นก็อาจจะช่วยได้ด้วย แต่ไม่แนะนำให้ออกกำลังกายที่เน้นหนักหายใจอย่างเดียว
เพราะอาการคัดจมูกอาจจะทำให้อึดอัดได้
..
สาเหตุการเกิดภูมิแพ้อาจจะเกิดจากพันธุกรรม สิ่งแวดล้อม มลพิษ และการติดเชื้อทางหายใจนอกจากนี้สภาพจิตใจที่มีแต่ความเครียดต่างๆ ก็มีโอกาสเป็นภูมิแพ้มากขึ้น
.
โรคนี้หลายคนบอกว่าไม่หายขาด ต้องกินยาตลอด และคุมอาการไว้ ซึ่งทำให้มีปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินชีวิตประจำวัน
.
อาการภูมิแพ้จะค่อยๆหายไปได้ เพราะโดยส่วนตัวเคยเป็นและตอนนี้ไม่ต้องกินยาเลย หายมา 4 สี่ปีตั้งแต่ออกกำลังกายและฝึกโยคะ
.
แต่ต้องบำบัดอาการด้วยท่าโยคะและบริหาร 3 ส่วนต่อไปนี้
1. การบริหารกาย บริหารการหายใจ
2. ฝึกการหายใจที่ถูกต้อง เพื่อร่างกายจะได้เกิดความสมดุล ฯลฯ
3. การฝึกการผ่อนคลายและการสมาธิ

ฝึกบ่อยๆ อย่างสม่ำเสมอทุกวัน ได้ผลอย่างไรอย่าลืมมาเล่นสู่กันฟังนะ

You May Also Likes…

คอร์สบำบัดโรคภูมิแพ้ด้วย YOGA

คอร์สบำบัดโรคภูมิแพ้ด้วย YOGA

โรคภูมิแพ้ ไม่น่ากลัวเท่าโรคแพ้ใจตัวเอง การหันกลับมาดูแลตัวเอง คือสิ่งแรกที่เราต้องทำ เราต้องรักและดูแลตัวเองให้ดี ๆ ก่อน เราถึงจะรักและดูแลคนอื่นได้ หมอที่ดีที่สุดคือตัวเราเอง

read more
3ท่าโยคะช่วยบำบัดอาการโรคหมอนกระดูกทับเส้นประสาท

3ท่าโยคะช่วยบำบัดอาการโรคหมอนกระดูกทับเส้นประสาท

มีคนถามมาเยอะมาก ทำให้อดไม่ได้ว่า โรคหมอนกระดูกมันคืออะไร! จริงๆ แล้วมีอวัยวะเยอะไปหมดในร่างกายเราซึ่งเป็นเรื่องสำคัญและเรื่องใกล้ตัว แต่เราไม่รู้จักมันเลย

read more
10 คำถามยอดฮิตสำหรับคนเล่นโยคะ

10 คำถามยอดฮิตสำหรับคนเล่นโยคะ

มีหลายคนถามเกี่ยวเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับโยคะมา ต้องขอบคุณมากมาย เคยมีตอบไปบ้างแล้ว แต่วันนี้ขอทยอยตอบเพิ่มเติมสัก 10 ข้อยอดฮิต ที่คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่จะเริ่มต้น หากใครมีคำตอบที่ดีกว่านี้ มีคำถามที่สงสัย หรือมีอะไรที่อยากแนะนำเพิ่มเติม คอมเมนต์ได้เลยนะค่าา^ จะดีใจมากมาย

read more

0 Comments

Submit a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Pin It on Pinterest

Share This